Siam's profileAlfajeT : I am Siam LIVE...PhotosBlogListsMore ![]() | Help |
AlfajeT : I am Siam LIVE everydayCause your love is like a river It runs through my heart and soul |
||||||
|
ขอบคุณสำหรับการเข้าเยี่ยมชม!
โสภิฎาwrote:
อิอิ ไปนู้นไปนี่ตั้งหลายที่งจาสนุกมั่กๆ เยยล่ะจิ แต่ก้อคงเหงาด้วยซิน๊ะ น่าสงสาร จังเยย แต่ยังไงก้อสู้ๆ กัน
ไปเรียนล่ะ อย่าไปทำอาราย คิกๆ
Sept. 15
keerati Silpacharoenwrote:
สวัสดีค่ะพี่สยามของน้องน้ำ
ทำไมน้องน้ำจะจำพี่สยามไม่ได้ ไปอยู่ที่อื่นที่ไม่ใช่บ้านเราคงเหงาน่าดูเลย ยังไงก้อสู้ๆนะคะ
Sept. 8
Narin Mookmaneewrote:
เข้ามาแอบอ่าน + แอบขโมยรูปใครบางคนไป....
ไปไกล ก็รักษาสุขภาพด้วยนะครับ
ป.ล. ความรัก เป็นสิ่งที่ยิ่งหา มันก็ยิ่งหนี จำเอาไว้นะ...
June 24
RY RYwrote:
น่ารักดีแร้วแหละค่ะ
ไปไหนก้อรักษาสุขภาพด้วยนะจะบอกให้
จำได้รึเปล่า
รี่เองจ้า
ที่เคยทำงานที่ทบ.อ่ะนะ
คงจำได้นะคะ
โชคดีนะคะ
June 18
|
September 23 Choi Rae Jin ชื่อเกาหลีผมหรอเนี่ยะเรามีชื่อเป็นภาษาเกาหลีว่า Choi Rae Jin ดชื่อมันทำไมดูตลกอย่างนี้ฟะ มิสเตอร์คอยแรจิน เหอๆ
ถ้าเพื่อนอยากได้ชื่อก็อ่านตามนี้ละกันนะ
First Name :ชื่อเเรก ของคุณคือตัวเลขตัวสุดท้ายของ
- 1: Yong
September 20 พ่อครัวกะทะแหลกเดินทางมาถึงไทเปแล้วครับมาแว้ววววว สำหรับวันนี้มายลโฉมกับอาหารแต่ละมื้อที่กระผมได้ทำกันนะครับ มีทั้งไม่น่ากินและไม่น่ากินที่สุด แต่รสชาติอย่าบอกใครเชียวอร่อยสุดๆ นะจะบอก เปล่าๆ อันนี้ไม่ใช่ อันนี้อาหารบนเครื่องบิน ไชน่าแอร์ไลน์ ก็กินได้อ่ะ แต่ไม่เจ๋งเท่าไหร่
มาม่าผัดขี้เมาราดปลาหมึกไข่จิ๋วซีอิ๊ววาซาบิ มือแรกที่มั่วทำเอง แต่มันก็อร่อยดีนะ
สปาเกตตี้ราดซอสกุ้ง ต้องยกความดีให้คุณแม่เพราะแม่เคยสอนว่าต้องเอาเกลือใส่มือนิดหนึ่งแล้วโรยๆ นึกถึงรายการในดิสคัฟเวอรี่แต่ก่อน ที่มีเชฟแก่ๆ ทุกอย่างโรยด้วยมือหมด
อาหารชุดครับ ข้าวเละๆไปนิดนึงมื้อแรกๆ กับไก่ย่าง แล้วก็ไข่เจียว
เอาแค่นี้ก่อน เด๋วค่อยมาโชว์ต่อ September 17 ถิ่นฐานและภูมิลำเนาของกระผมSeptember 16 ผ่านไปแล้ว 20 วัน เริ่มมันส์ๆ กะไทเป วันนี้วันอาทิตย์เป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ วันหยุดนี่ดีมากๆ เพราะได้นอนยาวมากๆๆๆๆๆ วันเสาร์นอนไป 14 ชั่วโมง วันอาทิตย์นอนไป 13 ชั่วโมง รวมแล้ว 27 ชั่วโมง นอนกินบ้านกินเมืองอย่างสุดยอด รอเดือนหน้าก่อนละกันจะได้เวลาออกไปเดินเล่นสู่โลกกว้างของเราซะที ตอนนี้เก็บตัวฝึกทำอาหารไปก่อน กลับไทยคงได้ไปรายการยุทธภูมิกระทะเหล็ก(อ้าว มันยุบไปแล้วฟาม) เพราะทำอาหารกินเองแทบทุกวัน คิดค้นเมนูมั่วๆได้เยอะมากๆ
เรื่องเรียนตอนนี้เริ่มเมามันกับการเรียน ส่วนใหญ่จะเมา แต่มันนิดหน่อยมั้ง ห้องเรียนเรามีญี่ปุ่น 4 คน โปแลนด์ 1 คน เกาหลี 1 คน อังกฤษ 1 คน เยอรมัน 1 คน และไทย 1 คนคือเรานั่นเอง รวมทั้งหมดคือ 9 คน ได้เปรียบการเรียนไปแล้วห้าคนเพราะญี่ปุ่นกะเกาหลี พื้นฐานอักษรเค้ามีอักษรจีนอยู่เขาเลยเขียนสบาย แต่เราสิ เวลาสอบเขียนนะ ตัวเต็มอีก ที่เรียนที่คุนหมิงก็เรียนตัวย่อ ตัวเต็มนี่ยิ่งกว่าอะไรดี เขียนก็ไม่เคยเขียนต้องมาหัดเขียน แต่ตอนนี้เขียนทุกวันก็เลยรู้สึกว่าเริ่มคุ้นเคยแล้ว สบายขึ้นมาหน่อย แต่การบ้านมีทุกวัน สิ่งหนึ่งที่ระบบการศึกษาไทยต้องพัฒนามากยิ่งขึ้นตั้งแต่ชั้นอนุบาล คือ การให้เด็กปริปากพูดซะบ้าง ให้เด็กหัดแสดงความคิดเห็น มีบทบาทในการเป็นผู้นำซะบ้าง ไม่ใช่ให้เป็นแต่นกแก้วนกขุนทอง เพราะอย่างในห้องเราเห็นได้ชัดเลยว่าชาติตะว้นตก มันถามทุกเรื่องที่มันสงสัย ถามละเอียดด้วยแต่พวกเราสิ นั่งเงียบให้พูดก็ไม่ค่อยกล้าพูดกัน อย่างว่าอ่ะ เราไม่ได้สอนมาให้กล้าตั้งแต่แรก
เรื่องความเป็นอยู่ ส่งอีเมล์กลับไปหาอาจารย์ที่เคารพทั้งสามสี่ท่านแล้ว ท่านก็ตอบกลับมาแล้ว รู้สึกอบอุ่นและมีกำลังใจจริงๆ ขอบคุณอาจารย์พัฒนา อาจารย์คริส อาจารย์จิราภรณ์นะคร้าบบ และกำลังใจที่สำคัญก็คงไม่พ้นพ่อ แม่และพี่ชายที่ออนเอมคุยกะเราทุกวี่ทุกวัน ทำให้เรามีความรู้สึกไม่ต่างจากอยู่เมืองไทยเลย
ต่างจากการอยู่ที่นี่โดยสิ้นเชิง คนไทยที่เรารู้จักพูดถึงมันน่าจะเยอะมากๆนะ เพราะเขาบอกว่า ไทยกะไทยไม่ทิ้งกัน แต่ทำไมพอเราได้ห้องแล้วทุกอย่างเหมือนกับว่าเราอยู่คนเดียวเลย เสียใจอย่างสุดซึ้งกับความเป็นศิษย์สถาบันเดียวกัน ทั้งๆที่ต่อไปก็ต้องเดินทางเดียวกันในการเป็นอาจารย์อยู่ดี แต่ก็ปล่อยให้เราเป็นตายร้ายดีเพียงคนเดียว พี่หยกไปเกาสงก็ไม่น่าจะว่าเค้าเพราะว่านั่นไปไกลเลย คนใกล้กับไม่มาดูแลดูใย แต่เราไม่เคยกังวลอ่ะ ตอนนี้มีหวาเป็นเพื่อนอยู่คนนึงก็โอเคแล้ว อยากไปเที่ยวสวนน้ำกะสวนสนุกของที่นี่มากๆ เพราะว่าดูแล้วโคตรน่าสนุกอ่ะ น้องซันก็หายไปเลยแต่รายนั้นเขาค่อนข้างสบายเพราะเค้ามีญาติอยู่ที่นี่ เอาเหอะ นี่คือสิ่งที่พิสูจน์ว่าเราจะอยู่ได้หรือไม่ และพิสูจน์เพื่อนร่วมทางในอนาคตของเราด้วย
ยาวแล้วๆ พอๆๆๆ
September 08 มาไม่ทันไร ก็โดนแผ่นดินไหวซะแล้ว**** ๖ กันยายน กับเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งแรกในชีวิต *****
วันนี้เป็นวันที่ 8 กันยายน แล้วเพราะเมื่อสองวันเอาโน้ตบุ๊คไปซ่อมที่ศูนย์เอเซอร์ สำนักงานใหญ่ที่ไต้หวัน ตึกใหญ่มากๆ ต้องออกไปทางนอกเมือง
นั่งรถไฟฟ้าใต้ดิต MRT ไปสถานีTaipei Main Station แล้วก็ไปที่สถานี Kunyang ซึ่งนั่นคือออกนอกเมืองไปแล้ว ไม่น่าเชื่อว่าชีวิตคนอย่างเรา ต้องมาบุก ต้องมาลุยอะไรขนาดนี้คนเดียว แต่ก็ดีถือเป็นการท่องเที่ยวอีกวิธีหนึ่ง ยอมรับเลยว่า คนไต้หวันถือว่าเป็นเจ้าบ้านที่ดีมากๆ เพราะการที่เราเดินทางไปไหนก็ตามแต่ เราจะรู้ทางก็ต่อเมื่อเราถามทาง หากเป็นที่อื่นที่เราเคยไป บางคนก็เดินหนีมั่ง บางคนก็บอกให้นั่งแท๊กซี่มั่ง แต่คนไต้หวันนอกจากจะบอกทางแล้ว พาเราเดินทางไปถึงที่เลยด้วย
อย่างวันนี้ประทับใจกับเด็กนักเรียนไฮสคูลคนนึงมากที่เราแค่ถามทางไปตึกเอเซอร์เค้าบนรถเมล์ ประมาณว่าเค้าก็บอกว่า อืมม ป้ายเดียวกับผม เด๋วลงไปด้วยกัน แค่นี้เราก็ดีใจแล้วน่ะ แต่เปล่า น้องเค้าพาเราเดินไปถึงตึก ไปส่งที่ร้านเอเซอร์ เลยก็บอกว่าขอโทษที่รบกวนนะ เขาบอกว่าไม่เป็นไรเขากลัวเราหลง ดีมากๆครับ แล้วเราก็เดินทางกลับ การใช้ชีวิตในช่วงนี้ยังไม่สำเร็จกับการหุงข้าว ก็เลยลำบากกะการต้องกินสปาเกตตี้ มาม่าไปก่อน แต่วันนี้สิครับ ไม่ได้คุยกะพ่อแม่แล้วเพราะว่าโน้ตบุ๊คอยู่ที่ร้าน ไหนจะวันที่ 7 ก็ต้องสอบฟังแล้วเขียนอีกก็เลยดูว่าจะมีเรืื่องต้องคิดอีกหลายเรื่อง ก่อนอื่นต้องหุงข้าวกินข้าวก่อน เพราะไม่ไหวแล้ว หิวข้าวสุดๆ อิอิ วันนี้หุงสำเร็จ เป็นข้าวต้มเลยครับ แล้วก็ทอดไข่เจียวกิน วันนี้เป็นวันแรกที่กินข้าวแบบมีความสุขมากๆเลย เพราะว่ากินอิ่ม แต่มันไม่พออ่ะ เลยหุงอีกหม้อนึง คราวนี้ข้าวกลายเป็นก้อนเหล็กอ่ะ แข็งโป้กกก กินไม่ได้อ่ะ ก็เลยกินได้แค่นั้น
มาถึงจุดไฮไลท์แล้วครับ คืนนี้หลังจากเราได้อ่านหนังสือเสร็จเรียบร้อย ก็นอน แต่วันนี้นอนเร็วกว่าทุกวันเพราะว่ามันง่วงมากๆ คือนอนก่อนเที่ยงคืน ก็หลับไปสักพักหนึ่งประมาณตีหนึ่งเกือบตีสองมั้ง สิ่งที่แปลกประหลาดใจก็เกิดขึ้น คือเตียงมันสั่นอย่างรุนแรง อาการครึ่งหลับครึ่งตื่นก็สันนิษฐานก่อนเลยว่า เอาแล้ว ผีเล่นงานกรูแล้ว พอหยุดสั่นปุ๊ป ก็ลุกขึ้นมาไหว้พระก่อนเลย หลัง่จากนั้นก็ก้มลงไปดูใต้เตียงว่าไม่มีอะไร ซึ่งจริงๆมันก็ควรไม่มีอะไรเพราะคนที่อยู่ก่อนหน้าเราคือ พี่คนไทยเป็นผู้หญิงทำงานเป็น ตม อยู่ เราก็นอนไม่หลับทั้งขึ้น พอตอนบ่ายเรียน คนอังกฤษเค้าก็ถามทุกคนในห้องว่า เป็นไงโดนแผ่นดินไหวกันบ้างมั้ย ทุกคนก็งงๆ แต่เราสิ เราก็บอกไปเลยว่า แผ่นดินไหวหรอ ดีใจจัง คนก็งง เพราะมันไม่ใชเรืืองดี แต่ที่ดีใจเพราะว่าไม่ใช่ผี แค่นั้นล่ะ พอแล้ว อิอิ
วันนี้กินข้าวเสร็จ คิดว่าจะไปเดินเล่นแถวสวนสาธารณะของที่นี่สักหน่อย เผื่อเค้ามีออกกำลังกายกัน แต่ไม่ค่อยอยากออกเพราะช่วงนี้ผอมไปเยอะมากๆ ไม่ก็ว่าจะไปตึก ไทเป 101 กลางคืนสวยงามแน่ๆ
สรุปเหตุการณ์ : แผ่นดินไหวตอนตีสอง โน๊ตบุ๊คไดรว์ดีวีดีเสีย เริ่มเรียนไปได้เจ็ดวันแล้ว เรียนยากกว่าภาษาจีนที่เมืองจีน
|
|||||
|
|